วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ซีลีเนียม และสังกะสี [Selenium+Zinc] มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร ซีลีเนียมคืออะไร

ซีลีเนียม และสังกะสี [Selenium+Zinc] มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร
ซีลีเนียมคืออะไร

นักวิทยาศาสตร์เพิ่งรู้ว่าซีลีเนียมมีผลต่อสุขภาพเมื่อ 20 กว่าปีนี้เอง 
ซีลีเนียมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง แต่ความจริงซีลีเนียมเป็นโคเอนไซม์ของสารต้านอนุมูลอิสระ กล่าวคือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และวิตามินอี จะทำงานไม่ได้หากไม่มีซีลีเนียมอยู่ด้วย วิตามินอี เมื่อทำงานร่วมกับซีลีเนียม จะทำงานเสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกัน ดังนั้นซีลีเนียมจึงเป็นสารที่ร่างกายขาดไม่ได้ หากต้องการต้านปฎิกิริยาของอนุมูลอิสระ ทุกวันนี้จึงอนุโลมเรียกซีลีเนียมว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวหนึ่งไปด้วย ซีลีเนียมจึงช่วยชะลอความชรา ป้องกันมะเร็ง

- ซีลีเนียม เป็นเกลือแร่ที่มีความจำเป็นสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากซีลีเนียมสามารถลดอาการวัยหมดประจำเดือนได้ดี ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ชายก็ต้องการซีลีเนียม เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์พบว่าครึ่งหนึ่งของซีลีเนียมที่มีอยู่ในร่างกายจะพบได้ที่อัณฑะ และท่อนำน้ำเชื้อ 

- อาหารที่อุดมด้วยซีลีเนียม ได้แก่ บริวเวอร์ยีสต์ เครื่องในสัตว์ ปลา หอย ข้าวต่างๆที่ยังไม่ได้สี กระเทียม เห็ด บรอคโคลี่ หัวหอม มะเขือเทศ

หน้าที่ของซีลีเนียมต่อร่างกาย

1.ทำงานร่วมกับวิตามินอี และเสริมฤทธิ์ในการปฎิบัติงานของวิตามินอี รักษาเนื้อเยื่อต่างๆและชะลอการตายของเซลล์ตามธรรมชาติ ป้องกันการแก่ก่อนวัย

2.ส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายให้เป็นไปตามปกติ และควบคุมสุขภาพของสายตา ผิวหนัง และผม

3.รักษาความยืดหยุ่นของผิวหนัง
4.เพิ่มความต้านทานของร่างกาย หรือภูมิคุ้มกัน

อาการของการขาดซีลีเนียม ได้แก่

1.แก่ก่อนวัย
2.ปัญญาอ่อน
3.การมองเห็นไม่ชัด
4.ประสาทผิดปกติ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
5.เม็ดเลือดแดงเปราะ

คุณประโยชน์ของสังกะสี

นักวิทยาศาสตร์รู้มานานแล้วว่า สังกะสี [Zinc] เป็นเกลือแร่ที่ปกป้องระบบภูมิต้านทาน สังกะสีมีหน้าที่เหมือนตำรวจจราจรในร่างกายของเรา เนื่องจากมันจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับการไหลเลื่อนของปฎิกิริยาเคมีนานาชนิดในร่างกาย

สังกะสีเป็นเกลือแร่ที่มีความสำคัญต่อกการดำรงชีวิต หากขาดสังกะสีอย่างรุนแรงจะทำให้เด็กไม่โต เบื่ออาหาร ต่อมไร้ท่อของระบบสืบพันธุ์ทำงานน้อย ต่อมลูกหมากโต มีปัญหาทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า ทำให้แผลหายช้า สัมผัสในการรับรู้ เช่น รูป กลิ่น รส ผิดปกติไป ผิวหนังมีปัญหาและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นอกจากนี้อาการขาดสังกะสีจะพบได้ในการกินอาหารที่ไม่ถูกส่วน เช่น กินบะหมี่สำเร็จรูปเป็นประจำ โดยไม่กินอาหารอื่นๆ
สังกะสีมีในเนื้อสัตว์ ตับ อาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรม จมูกข้าวสาลี ไข่ และเมล็ดฟักทอง

บทบาทของสังกะสีต่อสุขภาพ

- สังกะสีมีความจำเป็นต่อการสร้างโปรตีน ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยสร้างอินซูลิน ช่วยปรับความเป็นกรดด่างในร่างกาย ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น สังกะสีจำเป็นในการสร้างดีเอ็นเอ ช่วยสมานแผล รักษาสิว ป้องกันผมร่วง และจำเป็นในการรักษาโรคข้อรูมาตอยด์

- สังกะสีมีความจำเป็นต่อเพศชาย ในน้ำอสุจิมีสังกะสีอยู่เข้มข้นมาก หากร่างกายมีสังกะสีน้อยจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลง และอาจจะเป็นหมัน 
ในการหลั่งน้ำอสุจิแต่ละครั้ง ผู้ชายจะสูญเสียสังกะสี ดังนั้นผู้ชายจึงต้องการสังกะสีมากกว่าผู้หญิง และจากรายงานในอเมริกา ผู้ชายสูงอายุมักจะมีระดับสังกะสีในร่างกายค่อนข้างต่ำ จึงจำเป็นต้องใช้อาหารเสริม

- สังกะสีเสริมภูมิต้านทาน มีงานวิจัยที่ใช้สังกะสี วันละ 200 มิลลิกรัม นาน 1 เดือน
ปรากฎว่าจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด T cell ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับภูมิต้านทานที่ร่างกายใช้ในการต่อสู้กับเชื้อโรคโดยเฉพาะเพิ่มมากขึ้น และสามารถเพิ่มภูมิต้านทานให้กับผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 70 ปี

- สังกะสีช่วยสมานแผล มีรายงานผู้ป่วยได้รับสังกะสี วันละ 150 มิลลิกรัม แผลจะหายภายใน 46 วัน แต่กลุ่มที่ไม่ได้รับสังกะสี แผลหายช้ากว่ามากคือ 80 วัน

- สังกะสีกับการรักษาสิว เชื่อกันว่าสังกะสีชนิดทาจะช่วยลดการสร้างน้ำมันของต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ลดอาการอักเสบจึงช่วยบรรเทาอาการเกิดสิว

- ปริมาณของสังกะสีที่ร่างกายต้องการคือ 15-60 มิลลิกรัมต่อวัน
- โดยทั่วไปควรกินสังกะสีเป็นอาหารเสริมพร้อมๆ กับ


ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ >>> http://one2you.exteen.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น